หากคุณกำลังมองหากรองเกียร์คุณภาพดีสำหรับรถยนต์ของคุณ หรือสงสัยว่าการเปลี่ยนกรองน้ำมันเกียร์นั้นสำคัญแค่ไหน บทความนี้จะตอบทุกคำถามที่คุณสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกซื้อ การติดตั้ง หรือแม้แต่การดูแลรักษา เพื่อให้ระบบเกียร์ของรถคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานมากขึ้น
อะไหล่รถบรรทุก 6ล้อ 10ล้อ, รถกระบะ, รถเก๋ง, รถตู้ และเครื่องรถโฟคลิฟ
Recommended Product
กรองเกียร์ออโต้เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบส่งกำลังของรถยนต์ที่หลายคนมักมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันคือหัวใจของการรักษาสุขภาพระบบเกียร์ให้อยู่ในสภาพดี ระบบเกียร์อัตโนมัติทำงานอย่างซับซ้อนและต้องการความสะอาดของน้ำมันเกียร์เป็นอย่างมาก
กรองน้ำมันเกียร์ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรก เศษผงโลหะ และตะกอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของระบบเกียร์ โดยเฉพาะเศษโลหะที่เกิดจากการเสียดสีของชิ้นส่วนภายในและผงคลัทช์ที่เกิดจากการใช้งาน หากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการกรองออก จะไปสะสมและทำลายวาล์วบอดี้ ปั๊มเกียร์ หรือชุดเกียร์ได้โดยตรง
เมื่อกรองเกียร์ทำงานไปนานๆ จะเกิดการอุดตันจากสิ่งสกปรกที่สะสม ส่งผลให้แรงดันน้ำมันเกียร์ลดลง การเปลี่ยนเกียร์ไม่นุ่มนวล เกิดเสียงผิดปกติ หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้เกียร์สะดุดหรือไม่เข้าเกียร์เลย ซึ่งนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงมาก
สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณต้องเปลี่ยนกรองเกียร์ออโต้แล้ว ได้แก่ น้ำมันเกียร์มีสีดำหรือมีกลิ่นไหม้ การเปลี่ยนเกียร์ไม่นุ่มนวลเหมือนเดิม หรือเกียร์ลื่นในบางช่วง นอกจากนี้ หากคุณขับรถมาแล้วมากกว่า 60,000 กิโลเมตรและไม่เคยเปลี่ยนกรองเกียร์ ก็ถึงเวลาที่ควรดูแลแล้ว
การเลือกกรองน้ำมันเกียร์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งประเภทของระบบเกียร์ รุ่นรถ และวิธีการใช้งาน การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้คุณเลือกได้ถูกต้อง
กรองเกียร์แบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ กรองในเกียร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในอ่างน้ำมันเกียร์ ซึ่งต้องเปิดอ่างเพื่อเปลี่ยน และกรองนอกเกียร์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า กรองในเกียร์มักมีประสิทธิภาพการกรองที่ดีกว่า แต่การเปลี่ยนซับซ้อนกว่า
ระบบเกียร์แต่ละประเภทต้องการกรองเกียร์ออโต้ที่แตกต่างกัน รถ CVT ใช้กรองที่ละเอียดกว่าเพราะระบบทำงานต่อเนื่อง รถ AT ทั่วไปใช้กรองมาตรฐาน ส่วนรถ DSG ต้องการกรองที่ทนแรงดันสูง
วัสดุของกรองน้ำมันเกียร์มีหลายประเภท กรองกระดาษธรรมดาราคาถูกแต่อายุสั้น กรองใยสังเคราะห์ทนทานกว่า 2-3 เท่า และกรองโลหะสามารถล้างทำความสะอาดได้ แต่ประสิทธิภาพการกรองอาจด้อยกว่า
แต่ละยี่ห้อรถยนต์มีการออกแบบระบบเกียร์ที่แตกต่างกัน ทำให้กรองเกียร์ที่ใช้ก็ต่างกันไป การเลือกให้ตรงรุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
Toyota มีรุ่นรถที่หลากหลาย กรองเกียร์ออโต้สำหรับ Vios และ Yaris รุ่นใหม่ราคาประมาณ 400-700 บาท Altis ใช้กรองราคา 380-650 บาท ส่วน Camry และรุ่นใหญ่อย่าง Fortuner, Vigo อาจราคาสูงถึง 500-800 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นปีและระบบเกียร์
Honda ใช้กรองน้ำมันเกียร์ที่มีความเฉพาะเจาะจง City และ Jazz รุ่น CVT ใช้กรองราคา 650-900 บาท Civic มีทั้งกรองกระดาษราคา 180 บาท และกรองเหล็กราคา 200 บาท ส่วน Accord และ CR-V ใช้กรองราคา 650-920 บาท
รถ Nissan ใช้กรองเกียร์ที่มีความทนทานสูง เพราะมักใช้ระบบ CVT ที่ต้องการความสะอาดของน้ำมันเป็นพิเศษ ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 400-800 บาท
Mitsubishi โดยเฉพาะ Triton และ Pajero Sport ใช้กรองเกียร์ออโต้ราคา 500-800 บาท ส่วน Lancer ใช้กรองราคาประหยัดกว่าที่ราคา 180-360 บาท
Mazda มีการพัฒนาระบบ Skyactiv ที่ต้องการกรองน้ำมันเกียร์คุณภาพสูง โดยเฉพาะรุ่นใหม่ราคาอยู่ที่ 850-880 บาท ส่วนรุ่นเก่าราคาอยู่ที่ 400-520 บาท
Ford Ranger และ Everest ใช้กรองเกียร์ราคา 500-1,150 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นปีและระบบเกียร์ ส่วน Focus และ Fiesta ราคาอยู่ที่ 520-650 บาท
การเปลี่ยนกรองเกียร์ออโต้เป็นงานที่ต้องการความระมัดระวังและความรู้เฉพาะทาง แม้จะดูเหมือนง่าย แต่มีขั้นตอนที่สำคัญหลายอย่างที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง
การเปลี่ยนกรองน้ำมันเกียร์ต้องใช้เครื่องมือพื้นฐาน เช่น ชุดประแจ อ่างรองน้ำมัน ปืนจารบี และที่สำคัญคือปะเก็นอ่างเกียร์ใหม่ นอกจากนี้ยังต้องมีน้ำมันเกียร์คุณภาพดีสำหรับเติมทดแทน
การเปลี่ยนกรองเกียร์แบบเปิดอ่างเริ่มจากการถ่ายน้ำมันเก่าออก ถอดอ่างน้ำมันเกียร์ ตรวจสอบสภาพกรองเก่า ทำความสะอาดอ่างเกียร์ ติดตั้งกรองใหม่ และประกอบกลับพร้อมปะเก็นใหม่
สิ่งสำคัญคือต้องระวังไม่ให้สิ่งสกปรกตกลงในระบบเกียร์ ใช้แรงขันสกรูให้เหมาะสม และเลือกใช้กรองเกียร์ออโต้ที่มีคุณภาพตรงรุ่น การใช้กรองไม่ตรงรุ่นอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคต
หากคุณไม่มีประสบการณ์หรือเครื่องมือที่เหมาะสม ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นคนเปลี่ยนกรองน้ำมันเกียร์แทน โดยเฉพาะรถที่ยังอยู่ในประกัน หรือรถที่มีระบบเกียร์ซับซ้อน
FAQs
โดยทั่วไปควรเปลี่ยนกรองเกียร์ออโต้ทุก 60,000-80,000 กิโลเมตร หรือทุก 2-3 ปี แต่หากใช้รถในสภาพที่หนัก เช่น ขับในเมือง รถติดมาก หรือลากจูงของหนักเป็นประจำ อาจส่งผลให้ระยะเวลาการใช้งานสั้นลงมากกว่าเดิม
ไม่แนะนำให้ใช้กรองน้ำมันเกียร์ไม่ตรงรุ่น เพราะอาจมีขนาด รูปทรง หรือประสิทธิภาพการกรองที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบเกียร์ในระยะยาว
การเปลี่ยนกรองเกียร์ออโต้เองสามารถทำได้ แต่ผู้เปลี่ยนต้องมีความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยของระบบเกียร์